top of page

Lying Flatism: รู้จักการใช้ชีวิตแบบไม่กระตือรือร้นของคนรุ่นใหม่



Lying Flatism หรือการใช้ชีวิตแบบ “ไม่ทำอะไรมากเกินกว่าที่จำเป็น” เป็นการมองชีวิตแบบ “ลดความต้องการทางวัตถุนิยม” ทำให้ใช้จ่ายแค่จำเป็นและดำเนินชีวิตแบบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่กระตือรือร้น ขวนขวายที่จะประสบความสำเร็จ


แนวคิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากความคิดแบบต่อต้านบริโภคนิยม (Anti-Consumerism) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชาวจีน การใช้ชีวิตแบบอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไม่อยากได้อยากมี ใช้ชีวิตให้สามารถเอาตัวรอดไปแต่ละวันได้ ทำให้นักวิจัยหลายคนสนใจและอยากศึกษาถึงเบื้องลึกว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรได้บ้าง


งานวิจัยหนึ่งสำรวจว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ถือเป็นสัดส่วนมากที่สุดของคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ส่งผลถึงความอยากเป็นโสด โดยการสำรวจกลุ่มวัยรุ่นในมาเลเซียพบว่า คนกลุ่มนี้จะครองตัวเป็นโสดมากกว่าและไม่สนใจความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวมากเท่าไร เพราะรู้สึกว่าการเป็นโสดนั้นสบายใจมากกว่า มีปัญหาน้อยกว่า มีอิสระในชีวิตมากกว่าการมีคู่ นี่อาจเป็นหนึ่งในคำอธิบายว่าทำไมคนรุ่นใหม่ไฟแรงจึงไม่สนใจสร้างครอบครัวหรือขวนขวายในชีวิตมากเท่ารุ่นพ่อแม่


อย่างไรก็ดี เพราะการพัฒนาของเทคโนโลยีที่มีอยู่เสมอ ทำให้มนุษย์ต้องคอยปรับตัวและวิ่งเข้าหาสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา คนรุ่นใหม่จึงเริ่มใช้ชีวิตเท่าที่จำเป็น ทำงานเท่าที่จะทำไหว แและอาจเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตมากกว่าการวิ่งไล่ตามสิ่งเร้าที่ฉาบฉวยและยึดถือเอาไว้ได้ไม่นานอย่างที่สังคมพร่ำบอกให้พวกเขาต้องมีต้องเป็น


สิ่งสำคัญ คือ การเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน การดำเนินชีวิตของคนในแต่ละรุ่นมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจและรับรู้ถึงความแตกต่างของยุคสมัยจะช่วยให้คนหลายเจนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องบังคับให้ใครเป็นเหมือนใคร แต่ให้พื้นที่ในสังคมมากพอสำหรับทุกคน


Source: Feelings toward lying flatism and attitudes toward singlehood: the mediating role of happiness belief. (2023). Heng, Z.Q., Chin, J. & Tan, C.S. DOI: 10.1186/s40359-023-01187-2

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page